การจัดการที่ญี่ปุ่น

ทำให้ระบบการดำนาที่มีต้นทุนต่ำและทุ่นแรงเป็นจริงมิทสึนาเอะของยันม่าร์

มิทสึนาเอะคืออะไร

ปริมาณเมล็ดข้าวอบแห้งที่เพาะต่อถาดเพาะต้นกล้า ปกติจะอยู่ที่ 100-150g (เมล็ดข้าวงอก : 125-187g) แต่กรณีนี้เป็นการเพาะเมล็ดที่มีความหนาแน่นสูงโดยอยู่ที่ 250-300g (เมล็ดข้าวงอก : 312-375g) ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นเทคนิคที่ละเอียดซึ่งเก็บม้วนถาดเพาะต้นกล้าที่เพาะแล้วครั้งละ 3-5 ต้น เป็นเทคนิคการย้ายต้นกล้าที่ถูกต้องและแน่นอน เหมือนกับที่เคยทำมาตามธรรมเนียมปฏิบัติด้วยเทคนิคเฉพาะของยันม่าร์

กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของญี่ปุ่น ได้เลือกเป็นเทคโนโลยีทางการเกษตรใหม่ล่าสุดของปี 2016

ประโยชน์ของมิทสึนาเอะ

จำนวนถาด เพาะต้นกล้า 1/3
ค่าวัสดุ ในการเ พาะต้นกล้า 1/2
เวลาที่ใช้ในการ เพาะเมล็ด/ ขนย้ายต้นกล้า 1/3
วิธีการควบคุมเหมือนที่เคยทำมาเกือบทั้งหมด ไม่ต้องใช้เทคนิคที่ยาก
  • กรณีที่ทดลองคำนวณจากการบริหารจัดการต้นกล้าสำหรับดำนา 30ha ปริมาณที่เพาะเมล็ดตามธรรมเนียมปฏิบัติ 100g/ถาด และมิทสึนาเอะ 300g/ถาด

การเพาะต้นกล้าและดำนาตามธรรมเนียมปฏิบัติของญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเป็นผู้นำของโลกในการพัฒนา [เครื่องดำนา] ที่เปลี่ยนการปฏิบัติงานดำนาให้สามารถทำด้วยเครื่องจักรได้ การจะเปลี่ยนให้การดำนาเป็นการทำด้วยเครื่องจักรได้นั้น สิ่งสำคัญคือการปลูกต้นกล้าคุณภาพดีที่โตเต็มที่และเหมาะสมกับเครื่องดำนา
แม้ว่าจะมีเงื่อนไขในเรื่องสถานที่ต่าง ๆ ด้วย แต่การเพาะปลูกตามธรรมเนียมปฏิบัติของญี่ปุ่นจนถึงวันนี้ มีปริมาณเมล็ดข้าวที่เพาะต่อถาดเพาะต้นกล้า 100-150g ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่เพาะปลูกข้าว 1ha จะต้องใช้ถาดเพาะต้นกล้าประมาณ 230 ถาด (กำหนดให้เป็น 150g/ถาด) หากถาดเพาะต้นกล้าเยอะ แน่นอนว่ามีต้นทุนค่าวัสดุในการเพาะต้นกล้า, เวลาในการขนย้ายถาดเพาะต้นกล้า, พื้นที่ของโรงเรือนเพาะต้นกล้าสำหรับปลูกต้นกล้า ฯลฯ เพิ่มขึ้นมาก กลายเป็นอุปสรรคในการขยายกิจการ
เทคนิคที่ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านั้นก็คือ [มิทสึนาเอะ] แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับต้นกล้าลดลง และยังลดแรงงานในการขนย้ายถาดเพาะต้นกล้า นอกจากนี้วิธีการควบคุมการเพาะปลูกแทบจะไม่ต่างจากวิธีการตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน จึงไม่ใช่เทคนิคยากและสามารถนำเข้ามาใช้ได้ จึงเป็นที่ดึงดูดความสนใจอย่างมากในญี่ปุ่น ในฐานะที่เป็นวิธีการเพาะปลูกที่เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานเกษตรกรรม

ความลับการถือกำเนิดของ [มิทสึนาเอะ] ที่จะเปลี่ยนวิธีการทำนาของญี่ปุ่น

[ตั้งข้อสังเกตในสามัญสำนึก]
สิ่งที่เปลี่ยนโลกได้เกิดขึ้นจากตรงนี้ แต่การพูดเป็นสิ่งที่ง่าย ตรงกันข้ามการนำไปลงมือปฏิบัติจริงซึ่งเป็นสิ่งที่ยาก ถ้าโคลัมบัสยื่นไข่ให้ และ
บอกว่า [ลองตั้งดูสิ] คนทั่วไปก็จะเกิดแต่ความลังเล เพราะว่าเปลือกไข่ตามสามัญสำนึกของเราคือมีลักษณะไม่ค่อยหนา ดังนั้นการที่จะทิ้งอคติ
เดิม ๆ แล้วเอาชนะให้ได้นั้น จะต้องสั่งสมความคิดอย่างเต็มความสามารถ
มิทสึนาเอะก็เหมือนกับการตั้งไข่ วิธีการใหม่นี้ จะเปลี่ยนวิธีการทำนาของญี่ปุ่น

จากความคิดอย่างแรงกล้าที่มุ่งหวังให้การเกษตรกรรมเป็นไปได้อย่างยั่งยืน จึงได้ท้าทายกับมิทสึนาเอะ

ถาดเพาะต้นกล้าด้านซ้ายคือ มิทสึนาเอะ ด้านขวาคือต้นกล้าตามธรรมเนียมปฏิบัติ

ภายใต้สภาพแวดล้อมที่อยู่รอบ ๆ การเกษตรกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ความต้องการลดต้นทุนเพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างต่อเนื่องเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งยังมีความต้องการขยายขนาดของกิจการหรือลดแรงงาน เนื่องจากประชากรสูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น เทคนิคหนึ่งที่ได้ถือกำเนิดขึ้นคือ ระบบการเพาะเมล็ดและย้ายต้นกล้าแบบมิทสึนาเอะ
ตามปกติแล้วในถาดเพาะต้นกล้าจะมีข้าวที่เป็นเมล็ดอยู่ 75-100g แต่การเพาะเมล็ด/เพาะต้นกล้าแบบมีความหนาแน่นสูงอยู่ที่ 250-300g และรถดำนาที่มีสมรรถนะการเก็บม้วนอย่างละเอียดซึ่งย้ายต้นกล้าได้ 3-4 ต้น ต่อ 1 กอ เหมือนเดิมจะลดการใช้ถาดเพาะต้นกล้าต่อ 10a ได้จากถาดตามธรรมเนียมปฏิบัติ 20-22 ถาด เหลือเพียง 5-6 ถาด ลดแรงงานและนำไปสู่การใช้เวลากับพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

เริ่มแรกมาจากมุมมองในสถานที่จริงของผู้ผลิต และทราบเรื่องราวมาจาก คุณโทชิฮิโระ ฟุทสึดะ ประธานบริษัทและกรรมการบริหารของ Butta Nousan Co., Ltd. (ภาพซ้ายมือ) ผู้เป็นศูนย์กลางในการผลักดัน
เมื่อ 5 ปีก่อน ตอนที่เขาได้เห็นที่นาของ คุณเออิจิ ฮามาดะจาก Agri-star Onaga ที่เมืองฮะคุอิ จังหวัดอิชิคาวะ [สอบถามว่า 10a ใช้กี่ถาดในการปลูก เขาตอบว่า สำหรับเพาะเมล็ด 200g ใช้ 10 ถาด แม้เท่านั้นก็เกี่ยวข้าวได้ ดังนั้นฤดูใบไม้ผลิในปีถัดไป จึงได้สร้างมิทสึนาเอะ ปรับรถดำนา ทดลองปลูกโดยใช้เพียง 7 ถาดในพื้นที่ 10a] ในตอนนั้นเองนักวิจัยอาวุโส คาซุโตะคุ ซะวะโมะโตะ จากห้องทดสอบทางการเกษตร ในศูนย์วิจัยเกษตรกรรมและป่าไม้ (ในตอนนั้น) กับ โคจิ อิเซะมุระ ที่รับผิดชอบเป็นหัวหน้าฝ่ายที่ศูนย์วิจัยเกษตรกรรมของยันม่าร์ในปัจจุบัน ได้เข้าไปเยี่ยมชมดูงานที่นา และได้เข้าร่วมการจัดการนั้น

ประธานบริษัทฟุทสึดะ กับผู้รับผิดชอบดำเนินการ อิเซะมุระ

จากต้นกล้าที่ทดลองปลูก หลังจากนั้นก็เจริญเติบโตขึ้นเป็นอย่างดี เมื่อคิดเป็นผลผลิตต่อยูนิตแล้วจะครอบคลุมถึง 700kg
[สิ่งที่สำคัญคือการไม่ยึดติดความคิดกับสิ่งที่เคยทำมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมากเกินไป ควรจะคิดอยู่เสมอว่าสิ่งที่ตนเองทำอยู่ปัจจุบันนั้น ทำแบบนี้ดีแล้วหรือไม่]
ทัศนคติเช่นนี้เชื่อมโยงไปถึงการตั้งไข่ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการทำสิ่งเดิมซ้ำ ๆ อย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งที่สะดวกสบายที่สุด แต่สภาพของการเกษตรกรรมของญี่ปุ่นในวันนี้ แค่รักษาสภาพปัจจุบันได้คงอยู่ต่อเนื่องก็ยากแล้ว

Butta Nousan มีเมืองโนะโนะอิจิ จังหวัดอิชิคาวะเป็นสาขาในการผลิต, แปรรูป และจำหน่ายข้าวและผัก โดยมีสัดส่วนการปลูกพืชคือ ต้นกล้าสำหรับดำนา 28ha, หัวผักกาด 0.7ha, หัวไชเท้า 0.5ha และผลักดันการบริหารจัดการการเกษตรกรรมอย่างแรงกล้าโดยการจำหน่ายสินค้าผ่านทางอีเมลส่วนบุคคล, ทำสัญญาและจำหน่ายสำหรับธุรกิจ, จำหน่ายสินค้าแปรรูปที่ร้านค้าของสำนักงานใหญ่และร้านค้าที่สถานีคะนะซะวะ ฯลฯ พร้อมกับดำเนินการรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย
ถึงแม้จะใช้เทคนิคนี้ แต่ว่าปัจจุบันเป็นยุคสมัยที่ข้าวโคะชิฮิคะริ 1 กระสอบเกินกว่า 20000 มัด คุณฟุทสึดะกล่าวไว้ว่า [ไม่เคยมีความคิดแบบนี้เกิดขึ้นมาก่อน] [นี่เป็นเพราะประเด็นปัญหาด้านการบริหารจัดการที่ว่า จะลดต้นทุนอย่างไรเพื่อให้เราอยู่รอดต่อไปได้สำเร็จลุล่วง] อาจจะกล่าวได้ว่า ความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะให้การเกษตรกรรมคงอยู่ต่อไปนั้นได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว

ถาดเพาะต้นกล้าลดลง ทำให้การขนย้ายเป็นไปได้ง่าย อัตราการทำงานในโรงเรือนเพิ่มสูงขึ้น โดยที่ปริมาณและคุณภาพเท่าเดิม

ระบบการเพาะเมล็ดและย้ายต้นกล้าแบบมิทสึนาเอะได้ทำการพิสูจน์และทดสอบที่ห้องทดสอบทางการเกษตรอิชิคาวะ ในปี พ.ศ. 2556 (ปี ค. ศ. 2013) และ 2557 (2014) ได้ทำการพัฒนารถดำนาที่ทำให้การเก็บม้วนและย้ายต้นกล้าที่มีความแม่นยำสูงเป็นจริงขึ้นมาได้ควบคู่กันไปด้วย Butta Nousan ใช้วิธีการนี้ในการปลูกพืช 3 ฤดู ในปีนี้เป็นครั้งที่ 4
ในการปลูกพืชจริง จะเริ่มต้นจากการเพาะเมล็ดข้าวอบแห้ง 250-300g ในถาดเพาะต้นกล้า 1 ถาด ที่ Butta Nousan จะทำการเพาะเมล็ด 300g เพาะต้นกล้าอายุ 15-17 วัน แล้วย้ายต้นกล้าที่แตกใบ 2-2.3 ใบไปปลูก มีเกณฑ์อยู่ที่ข้าวที่เป็นเมล็ด 1.5 kg ต่อ 10a วิธีการที่เคยทำมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คือทำการเพาะเมล็ด 75g ดังนั้นถาดเพาะต้นกล้า จึงเป็น 20 ถาด แต่ถ้าทำการเพาะเมล็ดเพิ่มเป็น 4 เท่า ซึ่งก็คือ 300g จำนวนถาดเพาะต้นกล้า จะเป็น 1/4 ซึ่งก็คือ 5 ถาด [ถ้า 30a ก็จะเสร็จสิ้นได้ที่ 15 ถาด ถ้าเป็นรถดำนาแบบปลูก 8 แถว จะสามารถ “ทำนาโดยตัวคนเดียว” ได้โดยไม่ต้องเติมต้นกล้า] ไม่ต้องมีผู้ช่วยปฏิบัติงาน ลดจำนวนคนในช่วงที่งานยุ่งได้ ขนย้ายถาดเพาะต้นกล้าได้เยอะ [ทำให้ผู้หญิงมีความประทับใจ]

เพาะต้นกล้าแบบมิทสึนาเอะในโรงเรือน

นอกจากนี้ช่วงเวลาที่เพาะต้นกล้า จากเดิม 75g ใช้เวลาประมาณ 35 วัน แต่ถ้าเป็นวิธีการเพาะต้นกล้าแบบนี้ จะลดลงได้เหลือ 15-17 วัน และเพิ่มอัตราการทำงานของโรงเรือนให้เพิ่มขึ้นได้อีกด้วย กรณีของ Butta Nousan จำนวนถาดเพาะต้นกล้าจำนวน 1/4 ส่วน กับช่วงเวลาที่เพาะต้นกล้าเป็น 1/2 รวมแล้วได้ประสิทธิภาพเพิ่มสูงขึ้น 8 เท่า [การผลักดันเพื่อผสมผสานการบริหารจัดการการทำนา มีประเด็นปัญหาว่าจะประยุกต์ใช้พื้นที่ส่วนที่เหลือของโรงเรือนได้อย่างไร ซึ่งจะนำไปสู่การเข้าถึงซึ่งสิ่งนั้น]
การเพาะเมล็ดที่มีความหนาแน่นสูง ทำให้เมื่อเกิน 20 วันไปแล้วจะเกิดการหยุดเจริญเติบโต จึงต้องปลูกต้นกล้าที่มี 2-2.3 ใบ แต่ถ้าการสร้างแผ่น Mat (แผงปักดำ) ทำมาได้ดีมาก ถึงแม้ว่าบล็อคเก็บม้วนจะเล็ก และน้ำไม่ลึกมาก ก็จะไม่แตกต่างไปจากการทำนาแบบปกติเลย นอกจากนี้ หลังจากที่ย้ายต้นกล้าแล้ว [การหยั่งรากดี และปลูกตอนที่ยังอ่อน จะทำให้แตกหน่อได้สมบูรณ์กว่า] ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่รู้ได้จากประสบการณ์มาตั้งแต่อดีต และการลองทำในครั้งนี้ ทำให้ความรู้ในอดีตปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง
[ถ้าเป็นเทคนิคที่ทำให้เกิดขึ้นซ้ำได้ง่าย การตรวจสอบให้แน่ใจเป็นสิ่งสำคัญ] การลองตรวจสอบประสบการณ์ในอดีตหรือสิ่งที่บอกต่อกันมากล่าวได้ว่าเป็นวิธีการหนึ่งเพื่อไม่ให้ยึดติดกับสามัญสำนึกในตอนนี้

หลังจากทำนาจะเหมือนกับการปลูกพืชตามธรรมเนียมปฏิบัติ [ในตอนแรกต้นกล้าจะมีขนาดเล็ก ขึ้นอยู่กับว่าจะทนได้สักประมาณ 10 วัน หรือไม่] ไม่มีการทำอะไรที่พิเศษเลยแต่ได้ผลสำเร็จตามมาตรฐานเดียวกันกับวิธีการที่ทำมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณ

รถดำนาที่เก็บม้วนในพื้นที่เล็ก ๆได้อย่างแม่นยำ

ยันม่าร์ได้พัฒนารถดำนาขึ้นมาใหม่เพื่อทำให้สิ่งนี้เป็นจริงขึ้นมาได้ อิเซะมุระ จากศูนย์วิจัยเกษตรกรรมได้กล่าวไว้ว่า
[ต้องเก็บม้วนในพื้นที่ เล็ก ๆ ความกว้างของตัวแทงต้นกล้าต้องละเอียด และปริมาณการเก็บม้วนต้องมีความไม่คงที่ต่ำ จึงได้ควบคุมการหลวมคลอนของเกียร์ และทำการแปรรูป, ประกอบแบบมีความละเอียดสูง] สิ่งที่เป็นเป้าหมาย เล็กและละเอียดจึงได้มีความต้องการสเปกที่สูงกว่าที่เคยมีมาจึงทำให้ในอดีตถึงปัจจุบันได้ใช้เทคนิคการแปรรูปที่มีความแม่นยำสูงเพื่อตอบสนองต่อความต้องการนั้น อีกทั้งยังได้มีการพัฒนาเทคนิคที่เคยทำมาอีกด้วย และทำให้เครื่องจักรที่ตอบสนองความต้องการของสถานที่จริงถือกำเนิดขึ้น นี่ไม่ใช่เป็นเพียงความก้าวหน้าทางเทคนิค แต่ยังรู้สึกได้ถึงความสามารถต่อการผลิตสินค้า (Monozukuri) ในระดับสูง นอกจากนี้ [จะติดตั้งฟังก์ชันที่สามารถตรวจจับความไม่เรียบของพื้นแบบอัตโนมัติ ปลูกในความลึกเดียวกันตามสภาพพื้นนาที่เป็นคลื่นได้]
ไม่ว่าใครก็สามารถนำระบบการเพาะเมล็ดและย้ายต้นกล้าแบบมิทสึนาเอะมาใช้ปฏิบัติจริงได้ สำหรับเครื่องเพาะเมล็ด เพียงแค่เปลี่ยนจำนวนฟันเกียร์ส่ง ก็สามารถรองรับได้แล้ว

เราคาดหวังว่าเทคนิคใหม่จะสามารถรองรับได้ตั้งแต่ครอบครัวเกษตรกรขนาดใหญ่ ไปจนถึงครอบครัวเกษตรกรขนาดเล็ก

ประโยชน์ของระบบการเพาะเมล็ดและย้ายต้นกล้าแบบมิทสึนาเอะคือ ลดถาดเพาะต้นกล้า ลดค่าวัสดุ ลดพื้นที่การเพาะต้นกล้า ลดเวลาการขนย้าย/หยอดต้นกล้า และยังรักษาปริมาณคุณภาพได้เท่ากับวิธีการที่เคยทำมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันอีกด้วย รองรับได้ตั้งแต่ครอบครัวเกษตรกรขนาดใหญ่ จนถึงครอบครัวเกษตรกรขนาดเล็กที่ไม่ได้ทำเต็มเวลา ไม่เหมือนกับการปลูกเมล็ดข้าวแห้ง (Direct seeding) การจัดการดูแลหญ้าเหมือนกับการปลูกแบบย้ายกล้าที่เคยทำมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นจึงสามารถรองรับข้าวที่ปลูกแบบพิเศษหรือข้าวที่ปลูกแบบอินทรีย์ได้ ยิ่งไปกว่านั้น ยังได้ผลผลิตที่คงที่เหมือนกับการปลูกพืชย้ายกล้าตามธรรมเนียมปฏิบัติ ดังนั้นจึงเหมาะสมกับการปลูกพืชตามสัญญา ฯลฯ
คุณฟุทสึดะกล่าวไว้ว่า [ในอนาคต วิธีนี้น่าจะกินสัดส่วนถึง 50% ของการปลูกแบบย้ายกล้า] นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงวิธีการทำนาของญี่ปุ่น จึงอยากจะก้าวข้ามสามัญสำนึก และคาดหวังถึงเทคนิคใหม่ที่เกิดขึ้น

AMJ, ฉบับเดือนมิถุนายน ปี พ.ศ. 2559 (ปี ค. ศ. 2016) แปลงมาจาก [FRONT VIEW การท้าทายในแนวหน้า] (มีการเปลี่ยนแปลงบางส่วน)